Category Archives: กิจกรรมงานวิจัย

สถาบันฯ จัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการวิจัยการศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมให้คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562 สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดลจัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการวิจัย การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมให้คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุม 2106 อาคารฝึกอบรม โดยได้รับเกียรติจากบุคลากรสาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ทั้ง 8 แห่งในจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมรับฟังและอภิปรายผลการดำเนินโครงการดังกล่าวที่มี ดร. สุภา เพ่งพิศ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ทั้งนี้ ผศ.ดร. ศริยามน ติรพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย กล่าวเปิดการประชุมครั้งนี้ โดยมี ผศ.ดร. อาภา ภัคภิญโญ เป็นผู้ดำเนินการประชุม


ดร. สุภา เพ่งพิศ นำเสนอความเป็นมาของโครงการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยการปรับพฤติกรรมสุขภาพด้านการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาประกอบด้วยกลุ่ม pre-diabetes/hypertension (มีผลเลือดคาบเส้นการป่วยเป็นโรคทั้งสอง) และกลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลาง (มีผลการตรวจสุขภาพเข้าเกณฑ์เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน) จำนวน 1,512 คน ที่มีอายุระหว่าง 40-65 ปี ที่เข้ารับบริการจากรพสต. ใกล้วัดทั้ง 6 แห่งในจังหวัดนครปฐม โดยแบ่งกลุ่มทดลองจาก รพสต. ใกล้วัด 6 แห่งและกลุ่มควบคุมในจำนวนเท่ากัน การคัดเลือกผู้เข้าร่วมใช้เกณฑ์ค่าความดันโลหิตและค่าน้ำตาลในเลือดที่อ้างอิงจากเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก และมีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเพื่อใช้เป็นข้อมูลทางกายภาพประกอบการติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งความท้าทายต่าง ๆ เช่น มีผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างปะปนเข้ามา (ผู้ที่ป่วยแล้วและบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง) หรือมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มควบคุมซึ่งส่งผลต่อผลการวิจัยที่คาดเคลื่อน ด้านวิธีการ มีการจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองและการฝึกอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดำเนินการที่วัดและรพสต. หลังการปรับพฤติกรรมมีการใช้แบบประเมินต่าง ๆ เช่น PSQ9, GAD, 7 PHQ, และ self-efficacy assessment เป็นต้น

ดร.อิสรีย์ฐิกา ชัยสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสถาบันฯ นำเสนอผลการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างกับกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยในเวลาหลังเสร็จสิ้นโครงการ เพื่อหาปัจจัยเอื้อและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระดับบุคคล ซึ่งจากการสัมภาษณ์พบว่า ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ที่เข้าโครงการมีความเชื่อมั่นและสามารถรักษาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ด้วยตนเอง โดยมีปัจจัยเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลซึ่งประกอบด้วย การรับรู้ถึงผลการตรวจร่างกาย การได้เข้าร่วมโครงการ ความเกรงใจบุคลากรที่ให้บริการสุขภาพ และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคซึ่งประกอบด้วย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมสุขภาพไม่เพียงพอ พันธุกรรม ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้บริการสุขภาพ เช่น เมื่ออบซาวนา (Sauna) หรือใช้ยาพื้นบ้านแล้วไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหรือบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น สำหรับปัจจัยเชิงสังคม (ครอบครัวและชุมชน) และสภาพแวดล้อมมีทั้งผลดีและผลเสียต่อการปรับพฤติกรรมบุคคลที่แตกต่างกันออกไป เช่น ครอบครัวที่ส่งเสริมการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารสนับสนุนการรักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้ดีกว่าครอบครัวที่ไม่ได้ส่งเสริมประเด็นดังกล่าว หรือการสนับสนุนระดับชุมชน ต้องอาศัยอบต. ในการรักษาการดำเนินงานที่ยั่งยืนของกิจกรรม เป็นต้น ด้านสภาพแวดล้อมพบว่าการมีถนน สวนสาธารณะและอุปกรณ์ ที่ดีส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของชุมชน

ผศ.ดร. อาภา ภัคภิญโญ นำเสนอผลการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันสุดท้ายที่เสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติที่ดีต่อโครงการ โดยเฉพาะการที่โครงการให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตและเบาหวานซึ่งสะท้อนผ่านการให้คำแนะนำและติดตามการปรับพฤติกรรมสุขภาพด้านการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าแบบสอบถามมีเนื้อหามากเกินไป มีคำถามกำกวม ในขณะที่ลงบันทึกการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นภาระสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการบางคน

ท้ายสุด บุคลากรจาก รพสต. ในจังหวัดนครปฐม แสดงความประทับใจต่อโครงการดังกล่าว เนื่องจากโครงการสอดคล้องกับการดำเนินงานคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของรพสต. นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเพิ่มโอกาสในการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้บางรพสต. เช่น รพสต. วัดสำโรงต้องการต่อยอดโครงการดังกล่าวในพื้นที่ของตนต่อ

ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ศริยามน ติรพัฒน์ และคณะ ที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมด้านผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง


ขอแสดงความยินดีกับ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศริยามน  ติรพัฒน์  และคณะ  ที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมด้านผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง  ภายในระยะเวลา  ๕  ปี (ปี พ.ศ. ๒๕๕๘  ถึงปัจจุบัน)  องค์ความรู้ที่ได้จากการบูรณาการการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม สามารถนำไปใช้พัฒนา  ต่อยอด  เพื่อส่งเสริมพฤฒิพลังของผู้สูงอายุทั้งในระดับชุมชน  สังคม  และนโยบาย  โดยโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนมีดังนี้

“สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยสามารถส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยหรือไม่ : รู้ความจำเป็นของท่านก่อนที่จะสายเกินไป (Do Age-Friendly Environments Promote Healthy Ageing among Thai Older Population?: Know their Needs to Do Planning Before too Late!)”  ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้มหาวิทยาลัยมหิดล  ประเภททุนวิจัยมุ่งเป้าหมาย  ปีงบประมาณ  ๒๕๕๗  จำนวน  ๙๐๐,๐๐๐  บาท  ระยะเวลาดำเนินงาน  ๑  ปี (ระหว่างวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๘  ถึงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๙)  ดำเนินงานภายใต้ “โครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย  มหาวิทยาลัยมหิดล”  โดยมีรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณเน้นการสำรวจข้อมูลกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ  ๖๐  ปีขึ้นไป  จำนวน  ๔,๒๒๙  ราย  ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหาคร  และอีก  ๙  จังหวัดใน  ๔  ภูมิภาคของประเทศ  คือ  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  กาญจนบุรี  นครสวรรค์  ลำปาง  นครพนม  มหาสารคาม  อำนาจเจริญ  นครศรีธรรมราช  และชุมพร  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้สูงอายุและชุมชนทราบสุขภาวะผู้สูงวัย  และการบูรณาการสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัย  ตลอดจนนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการจัดระบบบริการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมด้านสังคม  ที่เอื้ออาทรและส่งเสริมสุขภาวะให้แก่ผู้สูงอายุและคนในชุมชนต่อไป

“การพัฒนาชุมชนที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยเพื่อส่งเสริมพฤฒิพลังของผู้สูงวัยอย่างเหมาะสมและยั่งยืน: ระยะที่1-การพัฒนาตัวชี้วัดของชุมชนที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัย (Developing Age-Friendly Communities to Strengthen Active Ageing with Appropriateness and Sustainability: Phase 1-Defining the Indicators of Age–Friendly Communities)”  ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส. ผส.)  ปีงบประมาณ  ๒๕๖๐  จำนวน  ๑,๖๕๔,๖๐๙  บาท  ภายใต้ชุดงานวิจัยด้านการส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะของผู้สูงอายุเพื่อมุ่งสู่ Healthy Ageing and Active Ageing  เพื่อดำรงไว้ซึ่งสมรรถนะในการดำรงชีวิตอย่างอิสระในชุมชนและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ระยะเวลาดำเนินงาน  ๑  ปี (ระหว่างวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑)  โครงการวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดของชุมชนที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  และเขตชนบท/เขตเมืองในพื้นที่อีก ๔ จังหวัด  คือ  จังหวัดเชียงใหม่  ชลบุรี  นครราชสีมา  และนครศรีธรรมราช  มีรูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน  โดยการวิจัยเชิงคุณภาพเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ  เจ้าหน้าที่  ประชาชน  และผู้สูงวัย  ๑๓๘  ราย  ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณเน้นการสำรวจด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ  ๖๐  ปีขึ้นไป  ๔,๓๕๐ ราย (และอีก  ๙๐๐  รายสำหรับการตรวจสอบเครื่องมือ) เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนารูปแบบและตัวชี้วัดในการจัดการชุมชนที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยระดับชุมชนและตำบลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

“การสำรวจสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยเพื่อส่งเสริมพฤฒิพลังและคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย  กรณีศึกษาประเทศญี่ปุ่น  มาเลเซีย  เมียนมา  เวียดนาม  และไทย (The Survey of Age-Friendly Environments to Promote Active Aging and Quality of Life among the Elderly: Case Study of Japan, Malaysia, Myanmar, Vietnam, and Thailand)”  ได้รับทุนสนับสนุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  จำนวน  ๑,๔๕๐,๐๕๐  บาท  ระยะเวลาดำเนินงาน  ๑  ปี (ระหว่างวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๒)  ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการวิจัย  ซึ่งมีรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ  เน้นการสำรวจสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยในประเทศญี่ปุ่น  มาเลเซีย   เมียนมา  เวียดนาม   และไทย  โดยใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลกับกลุ่มก่อนวัยสูงอายุที่มีอายุ  ๕๕  ปีขึ้นไป ครอบคลุมประเด็นคำถามข้อมูลส่วนบุคคล  ข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยในชุมชน  ข้อมูลศักยภาพหรือพฤฒิพลัง  ข้อมูลคุณภาพชีวิต  และข้อเสนอแนะในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัย  เพื่อประโยชน์ต่อผู้กำหนดนโยบายในการสร้างและพัฒนาสิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมการส่งเสริมพฤฒิพลังและคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุในกลุ่มประชาคมอาเซียนได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมต่อไป

“โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยในการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ: เครือข่ายเสียงเรียกช่วยชีวิต (A Pilot Project to Develop an Age-Friendly Technology toward Smart Aging Society: Calling Safe Life Network)”  ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.).ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเซ็นสัญญาสนับสนุนวิจัยจากงบประมาณแผ่นดิน  ประจำปี ๒๕๖๒  ให้ดำเนินงานวิจัยตามแผนบูรณาการ  ระยะเวลา  ๓  ปี (ปีงบประมาณ  ๒๕๖๒-๒๕๖๔)  รวมจำนวน  ๑๐,๙๒๒,๐๐๐  บาท  โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศริยามน  ติรพัฒน์  เป็นผู้อำนวยการแผนบูรณาการ  ภายใต้แนวคิดการดำเนินงานวิจัยแบบบูรณาการศาสตร์  คือ  บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุที่สามารถเข้าใจถึงความต้องการ  สุขภาวะ  และวิถีชีวิตผู้สูงวัยไทยได้อย่างครอบคลุม  บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยได้อย่างมีคุณภาพ  บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ชุมชนเพื่อการพัฒนารูปแบบและกลไกการนำเทคโนโลยีที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยไปใช้ในชุมชนได้อย่างเหมาะสม  ผ่านการดำเนินงาน  ๓  โครงการวิจัย  ประกอบด้วย  (๑) การประเมินสถานการณ์ของชุมชน  ผู้สูงวัย  รูปแบบของอุปกรณ์  และรูปแบบเครือข่ายที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาอุปกรณ์และเครือข่ายเสียงเรียกช่วยชีวิตที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัยในชุมชน  (๒) การสร้างนวัตกรรมเครือข่ายเสียงเรียกช่วยชีวิตในชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ  และ (๓) การพัฒนารูปแบบและกลไกการนำใช้เครือข่ายเสียงเรียกช่วยชีวิตในชุมชนท้องถิ่น : กรณีศึกษาจังหวัดนครปฐม

องค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับจากการดำเนินงานวิจัยด้านผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา  ๕  ปี  ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด  “บูรณาการพัฒนางานวิจัยและสร้างต้นแบบนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมพฤฒิพลังของผู้สูงวัยอย่างเหมาะสมและยั่งยืน”  จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนพัฒนางานวิจัยและสร้างต้นแบบนวัตกรรมด้านผู้สูงอายุของสถาบันฯ ให้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ต่อไป

ทีมวิจัยสถาบันฯ ร่วมกับทีมพยาบาล ลงพื้นที่โครงการวิจัยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จังหวัดนครปฐม

ทีมวิจัยสถาบันฯ ร่วมกับทีมพยาบาล  ลงพื้นที่วิจัยเจาะเลือดให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน  จังหวัดนครปฐม ในหัวข้อ “ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับวิถีชีวิตต่อการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพุทธศาสนิกชน  จังหวัดนครปฐม”  เป็นโครงการวิจัยต่อเนื่อง  ระยะ  3  ปี  ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากงบประมาณแผ่นดิน  ระหว่างปี  2559-2561  โดยมีศาสตราจารย์ ดร. สุภา  เพ่งพิศ  เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย  ทั้งนี้  หากผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐาน  ก็จะนำเสนอต่อผู้กำหนดนโยบายของประเทศให้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการป้องกันโรคตามโปรแกรมดังกล่าว  ซึ่งส่งผลให้อัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในกลุ่มประชากรไทยลดลง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

สถาบันฯ ร่วมจัดแสดงโปสเตอร์ผลงานวิจัย งาน Thailand Social Expo 2018

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้จัดงาน Thailand Social Expo 2018”  ระหว่างวันที่  3-5  สิงหาคม พ.ศ. 2561  ณ  Hall 5-8  อิมแพค  เมืองทองธานี  จังหวัดนนทบุรี  เพื่อแสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคม  เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย  ผลการคิดค้น  และการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน  โดยมีกิจกรรมภายในงาน  ประกอบด้วย  การประชุมวิชาการ  การแสดงผลงานนวัตกรรม  การแสดงผลิตผลด้านสังคม  และการแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่ายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

ทั้งนี้  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศริยามน  ติรพัฒน์  และคณะ  ได้รับเกียรติจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  ให้ร่วมจัดแสดงโปสเตอร์ผลงานวิจัยโครงการ “สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยสามารถส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยได้จริงหรือไม่?”  ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยภายใต้  “ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย”  ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย  และเป็นการบูรณาการขับเคลื่อนการจัดงานดังกล่าว  ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่คาดหวังบนฐานการมีส่วนร่วมของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน

นำเสนอโปสเตอร์ในการจัดนิทรรศการวิชาการ งาน “มหิดล-วันแม่” ประจำปี 2561

วันที่  2  สิงหาคม พ.ศ. 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศริยามน  ติรพัฒน์  หัวหน้าโครงการวิจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัย นำเสนอโปสเตอร์ เรื่อง “สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงวัยสามารถส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยได้จริงหรือไม่?” ในการจัดนิทรรศการวิชาการ งาน “มหิดล-วันแม่” ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 2 -14 สิงหาคม 2561 และเป็นผู้ถวายรายงานหน้าบอร์ดนิทรรศการของสถาบันฯ ต่อพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี  ณ  สำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล  ศาลายา