Tag Archives: ความดันโลหิตสูง

สถาบันเข้าร่วมประชุมชี้แจงพื้นที่ต้นแบบการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง

วันที่ 9 เมษายน 2562  อาจารย์ ดร. นายแพทย์วิชช์ เกษมทรัพย์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล มอบหมายให้นางสาวกวินารัตน์ สุทธิสุคนธ์ นักปฏิบัติการวิจัย ชำนาญการพิเศษ และนายวิชชุกร สุริยะวงศ์ไพศาล นักปฏิบัติการวิจัย เข้าร่วม “การประชุมชี้แจงพื้นที่ต้นแบบการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 5 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อชี้แจงกรอบการพัฒนาคุณภาพของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในระดับท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กก่อนวัยเรียน และการส่งเสริมคุณภาพการให้บริการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

นายแพทย์จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่าการดำเนินงานสาธารณสุขในประเทศไทยจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนอื่น ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญของการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นในระยะยาว เพราะองค์กรดังกล่าวมีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการกำกับและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในระดับท้องถิ่น

ด้านนายแพทย์กฤช ลี่ทองอิน ที่ปรึกษาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานของพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งรวมถึงกระบวนการเสนอขอรับทุนดำเนินโครงการจากสปสช. องค์ประกอบสำคัญในของการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ รวมถึงแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมในท้องถิ่น และบทบาทสนับสนุนของสปสช. ที่มีต่อการเสริมพลังการดำเนินงานของท้องถิ่น

ในการนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เชิญสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้ประเมินผลเชิงเสริมพลัง (Empower evaluation) การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและการส่งเสริมคุณภาพการให้บริการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ตามกรอบการดำเนินงานที่กำหนดไว้เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยสนับสนุน ความท้าทาย รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพในการดำเนินงานต่อไป

 

 

สถาบันฯ จัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการวิจัยการศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมให้คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562 สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดลจัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการวิจัย การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมให้คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุม 2106 อาคารฝึกอบรม โดยได้รับเกียรติจากบุคลากรสาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ทั้ง 8 แห่งในจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมรับฟังและอภิปรายผลการดำเนินโครงการดังกล่าวที่มี ดร. สุภา เพ่งพิศ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ทั้งนี้ ผศ.ดร. ศริยามน ติรพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย กล่าวเปิดการประชุมครั้งนี้ โดยมี ผศ.ดร. อาภา ภัคภิญโญ เป็นผู้ดำเนินการประชุม


ดร. สุภา เพ่งพิศ นำเสนอความเป็นมาของโครงการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยการปรับพฤติกรรมสุขภาพด้านการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาประกอบด้วยกลุ่ม pre-diabetes/hypertension (มีผลเลือดคาบเส้นการป่วยเป็นโรคทั้งสอง) และกลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลาง (มีผลการตรวจสุขภาพเข้าเกณฑ์เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน) จำนวน 1,512 คน ที่มีอายุระหว่าง 40-65 ปี ที่เข้ารับบริการจากรพสต. ใกล้วัดทั้ง 6 แห่งในจังหวัดนครปฐม โดยแบ่งกลุ่มทดลองจาก รพสต. ใกล้วัด 6 แห่งและกลุ่มควบคุมในจำนวนเท่ากัน การคัดเลือกผู้เข้าร่วมใช้เกณฑ์ค่าความดันโลหิตและค่าน้ำตาลในเลือดที่อ้างอิงจากเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก และมีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเพื่อใช้เป็นข้อมูลทางกายภาพประกอบการติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งความท้าทายต่าง ๆ เช่น มีผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างปะปนเข้ามา (ผู้ที่ป่วยแล้วและบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง) หรือมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มควบคุมซึ่งส่งผลต่อผลการวิจัยที่คาดเคลื่อน ด้านวิธีการ มีการจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองและการฝึกอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดำเนินการที่วัดและรพสต. หลังการปรับพฤติกรรมมีการใช้แบบประเมินต่าง ๆ เช่น PSQ9, GAD, 7 PHQ, และ self-efficacy assessment เป็นต้น

ดร.อิสรีย์ฐิกา ชัยสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสถาบันฯ นำเสนอผลการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างกับกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยในเวลาหลังเสร็จสิ้นโครงการ เพื่อหาปัจจัยเอื้อและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระดับบุคคล ซึ่งจากการสัมภาษณ์พบว่า ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ที่เข้าโครงการมีความเชื่อมั่นและสามารถรักษาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ด้วยตนเอง โดยมีปัจจัยเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลซึ่งประกอบด้วย การรับรู้ถึงผลการตรวจร่างกาย การได้เข้าร่วมโครงการ ความเกรงใจบุคลากรที่ให้บริการสุขภาพ และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคซึ่งประกอบด้วย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมสุขภาพไม่เพียงพอ พันธุกรรม ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้บริการสุขภาพ เช่น เมื่ออบซาวนา (Sauna) หรือใช้ยาพื้นบ้านแล้วไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหรือบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น สำหรับปัจจัยเชิงสังคม (ครอบครัวและชุมชน) และสภาพแวดล้อมมีทั้งผลดีและผลเสียต่อการปรับพฤติกรรมบุคคลที่แตกต่างกันออกไป เช่น ครอบครัวที่ส่งเสริมการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารสนับสนุนการรักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้ดีกว่าครอบครัวที่ไม่ได้ส่งเสริมประเด็นดังกล่าว หรือการสนับสนุนระดับชุมชน ต้องอาศัยอบต. ในการรักษาการดำเนินงานที่ยั่งยืนของกิจกรรม เป็นต้น ด้านสภาพแวดล้อมพบว่าการมีถนน สวนสาธารณะและอุปกรณ์ ที่ดีส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของชุมชน

ผศ.ดร. อาภา ภัคภิญโญ นำเสนอผลการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันสุดท้ายที่เสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติที่ดีต่อโครงการ โดยเฉพาะการที่โครงการให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตและเบาหวานซึ่งสะท้อนผ่านการให้คำแนะนำและติดตามการปรับพฤติกรรมสุขภาพด้านการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าแบบสอบถามมีเนื้อหามากเกินไป มีคำถามกำกวม ในขณะที่ลงบันทึกการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นภาระสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการบางคน

ท้ายสุด บุคลากรจาก รพสต. ในจังหวัดนครปฐม แสดงความประทับใจต่อโครงการดังกล่าว เนื่องจากโครงการสอดคล้องกับการดำเนินงานคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของรพสต. นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเพิ่มโอกาสในการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้บางรพสต. เช่น รพสต. วัดสำโรงต้องการต่อยอดโครงการดังกล่าวในพื้นที่ของตนต่อ

โครงการวิจัยปรับวิถีชีวิตป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม

สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล  ดำเนินการทำโครงการวิจัยปรับวิถีชีวิตป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว โดยทีมงานนักวิจัยของสถาบันฯ เก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายโดยใช้แบบสอบถามครั้งที่ 2 และการจัดกิจกรรม Intervention ครั้งที่ 5 โดยทำการวัดองค์ประกอบภายในร่างกาย การวัดความดัน การวิเคราะห์เปรียบเทียบผล การให้ความรู้ด้านอาหาร การให้คำปรึกษาเรื่องการปรับพฤติกรรมด้านอาหารและการออกกำลังกายรายกลุ่มและรายบุคคล สาธิตวิธีออกกำลังกาย ตลอดจนการเก็บข้อมูลตามแบบสอบถามจำนวน 2 ชุด

อ่านเพิ่มเติม โครงการวิจัยปรับวิถีชีวิตป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครปฐม

16640583_1252946721469115_466322119551962174_n

16730528_1252947798135674_2941219079647155978_n 16806994_1252947338135720_5103530133407015275_n